[Report] THAI-PRODUCER MEETING : DereP Meeting

สวัสดีครับ…. เหมือน Entry ที่แล้ว พึ่งจะพูดเรื่องมีตติ้งคอน 9 ไปเองนี่นา… ว่าไปนั่น จริงๆคือดองไม่ได้เขียนอะไรจนกระทั่งมีตติ้งครั้งนี้

อืม จะเล่ายังไงดีล่ะเนี่ย… ยากแฮะ แต่ว่านะ ถ้าไม่เขียนตอนนี้ต้องลืมความรู้สึกดีๆในงานไปบ้างแน่เลย เพราะงั้น ก็ควรจะต้องเขียนเดี๋ยวนี้ล่ะเนอะ

ก็อย่างที่จั่วหัวไว้แหละครับ Entry นี้จะมาพูดถึงงานมีตติ้ง DereP Meeting ครับ

คอลไกด์ครั้งนี้ที่มาแบบสุ่มเพลง โชคดีจริงๆที่เป็นอุสึกิPแล้วได้เพลงนี้

 อืม…ก็นึกเรื่องที่จะพูดได้น้อยจัง (แต่เชื่อเถอะผมรู้สึกดีมากๆ!)

ถ้าจะเล่าเรื่องอะไรก็อาจจะเปิดด้วยเรื่องเปิ่นๆครับ ทั้งๆที่ข้อเท้าขาพลิก แต่ก็ดันลงรถเมล์ผิดป้ายครับ… ทั้งๆที่เคยมาแล้วแท้ๆ คือรีบไปหน่อย ดันไปลงตรงซอยวิภาวดี 64 ซะได้ เดินสนุกมากครับบอกเลย ดีที่เวลาเหลือเยอะเพราะยอมตื่นเช้า ฮา

ตัดฉากเข้ามาที่งาน… อืม คนแรกที่เจอก็คือ MeerP ที่เป็นรุ่นน้องที่รู้จักกันครับ มีส่วยที่ต้องไปเก็บนิดหน่อย

เหตุเกิดมาจากอาการเก็บกดจากงานครั้งที่แล้วที่ไม่มีแท่งไฟเป็นของตัวเอง เลยตั้งใจว่าจะไปหาซื้อ ตอนแรกกลัวไม่ทันงานมาก เพราะหาข้อมูลอ่านเจอว่าสั่งแท่งไฟรุ่นนี้จาก AmiAmi แบบ Back-order แล้วต้องรอเกือบเดือน ดีว่าแท่งไฟมาส่งทัน ฮา คือสั่งมาพร้อมกันสองอันครับ อันนึงให้ MeerP แชร์ค่าส่งกันไป

กลับไปที่งานดีกว่า…

ด้วยความที่ว่ามาเร็วเลยมีเวลาเหลือเยอะ อะไรๆก็ค่อนข้างสบาย สบาย สบ๊ายเมื่อเทียบกับครั้งที่แล้ว ก็เลยนั่งแกร่วกับ MeerP ไป

คนถัดมาที่เจอคือน้องเวฟ @WYuka_Yuki57 ที่เหมือนน้องเค้าจะกลัว? เลยไม่เข้ามาทักในตอนแรก แต่ก็รู้แหละว่านั่นเวฟ วิริยารู้เสมอ หึหึ

หลังจากแกร่วกดเดเระสุเตไปได้สักระยะ ก็ถึงเวลาเข้าร่วมงาน

จริงๆกับบ้านซินนี่ค่อนข้างจะเตรียมตัวมาดีกว่างานคราวที่แล้ว เพราะอย่างที่ว่าไว้ เริ่มต้นลงหลุมไอดอลมาสเตอร์กับอนิเม CG นี่แหละ…

เพลงในงานทั้งหมดก็เลยเป็นเพลงที่เคยฟังมาก่อนแล้ว ตัวตนของคนข้างในไอดอลก็ค่อนข้างที่จะเตรียมตัวมาหมดแล้ว ไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์เป็นพิเศษ

แต่ยอมรับเลยว่าเหล่าคนข้างในนี่เป็นตลกคาเฟ่กันจริงๆ เป็นความรู้สึกตลกคนละแบบกับเหล่าคนข้างในของ 765

พูดตรงๆเลยคือคนข้างในของซินในคอนนี้ให้ความรู้สึกตลกแบบเอ๋อๆ โดยเฉพาะเวลาที่สาวๆร้องเรียกกันเวลาออกมาจากบ้าน มันอารมณ์เหมือนเทเลทับบี้เอ๊ะโอ่กัน

รวมถึงภาพติดหัวหลายๆอย่าง เช่นการมองฮัชชี่เป็นตุ๊กตาใส่ถ่านที่โยกไปโยกมาเสมอๆ

พอเถอะ..กลับเข้าเรื่อง

ด้วยความที่ทุกเพลงเป็นเพลงที่เคยฟังอยู่แล้ว ก็เลยไม่มีอะไรว้าวเป็นพิเศษในแง่ของเพลง แถมเพลงที่ชอบส่วนใหญ่ก็เป็นเพลงใหม่ๆหลังจากที่อนิเมฉายแล้วเสียด้วย

แต่ก็มีบางเพลงเหมือนกันที่ตอนฟังครั้งแรกรู้สึกว่าไม่อยากฟังอีก แต่พอมาฟังเวอร์ชั่นในคอนก็รู้สึกว่า “จริงๆก็เพราะดีนี่นา” อาจจะโดนความฮาของสาวๆบังตาก็เป็นได้

ถึงจะบอกว่าเตรียมตัวมาแล้วทั้งตัวคนข้างในทั้งตัวเพลง แต่บางคนก็ทำให้รู้สึกตกหลุมรัก?! ยิ่งกว่าเดิมเหมือนกัน

เช่นโชวะไอดอล นาโอะโบกับมุกหุบรักแร้ (มุกใช่มั้ย ไม่ได้จริงจังนะ !)

เมชิยะที่น่าหยิกเสมอมา (ความรู้สึกเดียวกับที่หมั่นเขี้ยวอาซาปองกับเซนเซย์ 55)

มัตสึเอริที่ว้าว จริงๆแล้วบุคลิกเธอก็น่ารักมากเลยนี่นา

ซึ่งจริงๆแล้วประทับใจกับคอนเสิร์ตและมีความสุขมาก แต่ด้วยสภาพร่างกายทำให้คอลหรือออกท่าทางอะไรไม่ค่อยไหว

ต้องขอบคุณทีมงานจริงๆที่ยอมลำบากเหน็ดเหนื่อยเป็นตัวตั้งตัวตีให้งานนี้เกิดขึ้นได้ และยังจะผลักดันงานหน้าที่เป็นคอนเสิร์ตของบ้านมิลเลี่ยนอีก (จะใช้ช่วงเวลาระหว่างรองานครั้งหน้าไปโดดลงหลุมบ้านมิลเลี่ยนครับ…)

ขอบคุณบอมซังที่ชวนให้ไปนั่งด้วยกันตอนพักเบรก เลยได้รู้จักกับคุณแกะและคุณไบรฺ์ท จากนี้ก็ฝากตัวด้วยนะครับ ขอโทษด้วยที่ยังไม่มีนามบัตรไปแลก

ขอบคุณทุกสิ่งจริงๆครับ ที่ทำให้เป็นวันอาทิตย์ที่มีความสุขและไม่เสียดายเวลาวันหยุด

แล้วเจอกันงานมีตติ้งครั้งหน้าครับ

Posted in Life | Leave a comment

[Report] THAI-PRODUCER MEETING : WE ARE M@STERPIECE

สวัสดีครับ ถึงเวลากลับมารื้อฟื้น Blog นี้ หลังจากที่หมดภาระเรื่องเรียนแล้ว(หัวเราะ)

วันนี้จะมาเล่าถึงงานมีตติ้งที่ไปมาวันนี้ กับงาน THAI-PRODUCER MEETING : WE ARE M@STERPIECE

Call Guide ที่เหล่าสตาฟทุ่มเททำมา

ซึ่งเท้าความก่อนว่าผมพึ่งมาเริ่มติดตาม iM@S ได้ไม่นานนัก เริ่มต้นจากการดู THE iDOLM@STER : Cinderella Girls ได้ 3 ตอน ก็สนใจจนไปหาอนิเมชั่น THE iDOLM@STER และ THE iDOLM@STER MOVIE : Kagayaki no Mukougawa e! มาดูจนหมดทันที

ก่อนหน้านี้ ผมได้เริ่มสนใจ Love Live! School Idol Project และได้ไปชมคอนเสิร์ตในรูปแบบไลฟ์วิวมาก่อน จากเดิมที่เคยสัมผัสแต่คอนเสิร์ตของวงดนตรี J-Rock ทำให้ได้พบประสบการณ์ใหม่ๆที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง (เคยพูดในไว้ใน Twitter เรื่องของวัฒนธรรมการคอล, การใช้แท่งไฟ ที่ซึ่งปกติไม่มีในคอนเสิร์ตร็อค) มาครั้งนี้ ถึงจะเป็นคนละกลุ่ม แต่ด้วยความที่เป็นคอนเสิร์ตไอดอลเหมือนกัน ครั้งนี้จึงนับว่าคุ้นเคยมากขึ้นเมื่อเทียบกับตอนที่ดูไลฟ์วิวของ LL!

แล้วต่างกันตรงไหน? ต่างกันที่รูปแบบงานครับ ของ LL! เป็นไลฟ์วิว แต่กับ iM@S เป็นการชมบันทึกการแสดงสดของ THE IDOLM@STER 9th ANNIVERSARY WE ARE M@STERPIECE!! ที่โตเกียวในวันที่ 2 แทนครับ นอกจากนั้นอีกสิ่งที่ต่างคือสเกลของงานที่เล็กกว่า (แต่จุดนี้ผมกลับเรียกว่าเป็นข้อดีที่จะพูดถึงภายหลัง) โดยงานจัดที่ ThaiPBS Theatre และมีผู้เข้าร่วมงานจำกัดที่ 60 คน

ป้ายหน้างาน รูปจาก Facebook ส่วนตัวของรุ่นน้องคนนึง

เริ่มต้นวันด้วยการตื่นสายกว่าที่คิดไว้ร่วมครึ่งชั่วโมง แต่ก็ยังคิดว่าตัวเองยังพอมีเวลา เลยจงใจแวะซื้อของกินที่จะนำไปกินในงานก่อน (ทางผู้จัดงานแนะนำว่าให้นำของกินมาเอง เนื่องจากสถานที่จัดอยู่ห่างไกลจากย่านร้านค้า) ซึ่งตอนแรกก็คิดว่าจะซื้อของกินจำพวกขนมปังให้เพียงพอสำหรับตัวเองเท่านั้น แต่พอเดินผ่านร้านโดนัท ก็พบว่ามีโปรโมชั่น จึงเผลอหลวมตัวซื้อโดนัทมา 12 ชิ้น บวกกับขนมปังที่ซื้อจากร้านสะดวกซื้อก่อนหน้า ก็เริ่มคิดว่าไม่มีทางกินหมดสำหรับ 2 มื้อ เช้าและกลางวันแน่ๆ เลยคิดว่าจะใช้เป็นสื่อสินบนในการทำความรู้จักกับโปรดิวเซอร์ท่านอื่น (หัวเราะ) และแน่นอนครับ ว่าไปสาย (แย่) ยังดีที่โชคยังเข้าข้างบ้าง ถึงจะไม่ทันเวลาให้พูดคุยกับท่านอื่นๆก่อนเริ่มงาน แต่ก็ยังไปทันช่วง MC เปิดงานอยู่ เรียกได้ว่ารอดอย่างหวุดหวิดเลยทีเดียว

ก่อนมาที่งานนี้ ผมไม่เคยได้ดูคอนเสิร์ตนี้ และคอนเสิร์ตอื่นๆของ iM@S มาก่อน เคยแต่ดู Live Performance สั้นๆ บางเพลงเท่านั้น จึงเรียกได้ว่าสดใหม่จริงๆ แม้แต่ Setlist ของคอนเสิร์ตก็ไม่ได้ศึกษามาก่อน เลยทำให้ไม่ได้ทำการบ้านเรื่องเพลงแม้แต่น้อย จากที่เพลงก็ยังฟังไม่ครบ เลือกฟังแต่เพลงที่บังเอิญรู้จักแล้วชอบ หรือเพลงโคฟเวอร์เป็นหลักอยู่แล้ว

สิ่งแรกที่แปลกใจเมื่อเริ่มชมคอนเสิร์ตคือซับไตเติลครับ จุดนี้ขอบคุณทีมงานมากจริงๆที่อุตส่าห์ลำบากแปลให้ ที่ผ่านมาในคอนเสิร์ต J-Rock ที่เคยได้รับชม หรือไลฟ์วิวของ LL! ผมก็ไม่สามารถเข้าใจช่วง MC เท่าไรนัก เข้าใจแค่ภาพรวมจากคำศัพท์บางคำที่รู้จักเท่านั้น การมีซับไตเติลของงานครั้งนี้ทำให้งานสนุกขึ้นมากจริงๆสำหรับคนที่ไม่ได้รู้ภาษาญี่ปุ่นอย่างผม

การที่ไม่ได้ทำการบ้านเรื่อง Setlist และยังรู้จักเพลงน้อย เพลงที่ได้ฟังจากคอนเสิร์ตครั้งนี้ก็เป็นเพลงที่ไม่รู้จักเสียส่วนใหญ ถึงแม้สิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นอุปสรรค แต่ก็ไม่ได้ลดทอนความสนุกของคอนเสิร์ตแม้แต่น้อยสำหรับผม จากการที่สามารถเข้าใจช่วง MC ได้อย่างเต็มที่ ความสามารถและความทุ่มเทของเหล่านักพากย์ ผู้ร่วมงานและบรรยากาศ เรียกได้ว่าเต็มอิ่มและรู้สึกดีใจจริงๆที่ตัดสินใจมาในงานครั้งนี้

แต่เดิมผมไม่ได้ตาม”คนข้างใน”ของเหล่าไอดอลเท่าไรนัก ทั้งด้วยความที่พึ่งมาเริ่มต้นสนใจ และเจอภาระการเรียนทำให้ไม่มีเวลาทุ่มเทให้เท่าไรนัก แต่คอนเสิร์ตครั้งนี้ก็ทำให้เริ่มสนใจที่จะติดตาม “คนข้างใน” เพิ่มเติมจากบางคนที่อาจจะรู้จักหรือติดตามผลงานอยู่แล้ว

จากนี้ไปคือการโวยวายล้วนๆครับ

เอริโกะเซนเซย์น่ารักและกวน มาก มาก มาก จนอยากจะเอาฮารุกะซังปาใส่รัวๆ ฮือ ปกติก็ค่อนข้างจะมีความรู้สึกหมั่นไส้ฮารุกะนิดๆจากปุจิมาสอยู่แล้วแท้ๆ เจอคาแรกเตอร์ของเอริโกะเซนเซย์ที่รู้สึกว่ามัน “ยิ่งกว่า” ฮารุกะในปุจิมาสแล้วยิ่งอยากปาฮารุกะซังใส่ ฮือออ

ฮิโรมิซังหล่อมาก หล่อสุดๆ คนอะไรจะหล่อได้ทุกช็อตขนาดนั้น เก็บความหล่อทุกเม็ดจริงๆ เข้าใจเหล่า P ของมาโกโตะแล้ว 55555

นูซังงงงงง ส่วนตัวเป็น P ฮิบิกิอยู่แล้ว ได้มาเห็นการแสดงจริงๆในคอนเสิร์ตแล้วยิ่งชอบ ถึงจะไม่ได้ใช้คาแรกเตอร์แบบเดียวกับฮิบิกิ แต่ก็ตามผลงานอื่นๆของนูซังอยู่แล้ว เลยมีความสุขกับการได้ดูจริงๆครั้งแรกเลย

คุกิ้ว ไม่คิดมาก่อนเลยว่าคาแรกเตอร์จริงๆจะเป็นอย่างนี้ คือขัดกับบทบาทส่วนใหญ่มาก 555555

มิงกอส… ไม่รู้จะพูดยังไงกับ Aoi Tori ที่ได้ฟังแล้วทึ่ง แต่พอเจอ Yakuzoku ที่มิงกอสอินมากจนร้องไห้(คนดูก็อินตาม) แล้วยังได้เมมเบอร์คนอื่นๆมาช่วยร้องท่อนสุดท้ายให้แบบในอนิเมชั่นอีก โอย ฮือ สงสัยต้องหาเงินมาซื้อแผ่นคอนเสิร์ตซะแล้ว

อาซะปอง…..เอ่อะ ฉันไม่ไหวกับเธอจริงๆ ถึงจะไม่น่าหมั่นไส้แบบเอริโกะเซนเซย์ แต่ก็รู้สึกว่า”ป่วง”ไม่แพ้ 2 แฝดในอนิเมชั่นเลยจริงๆ 55555555

อาซึมิน งานนี้ได้เรียนรู้บทบาทอื่นๆ ได้รู้ว่ามีบทที่ฉีกไปจากยูกิโฮะ คงต้องหาเวลาดู (ขอโทษครับ นึกอะไรเกี่ยวกับอาซึมินในคอนไม่ออกจริงๆนอกจากเรื่องนี้)

ฮาระมี่! คือปกติก็รู้อยู่แล้วแหละนะว่าฮาระมี่เป็นคนที่เซ็กซี่โดยธรรมชาติเลย แต่ทรงผมคอนนี้ชอบมากเลย รู้สึกว่าสวยสง่าน่ารักมากๆ คือตอนที่มองเมมเบอร์ในคอน มองไปที่ฮาระมี่ก่อนคนแรกเลย

สุดยอดมุกเฉพาะทางของคอนเสิร์ต…เอิ่ม

จบการโวยวาย

ส่วนของเหล่า P ที่ประทับใจคือ ด้วยความที่งานมันเล็กกว่าไลฟ์วิวของ LL! ทำให้ได้พูดคุยกับคนอื่นจริงๆเสียที (ตอนไปไลฟ์วิว LL! นอกจากเรื่องคุณพ่อน้องที่มารอน้องซื้อของ ก็ไม่ได้คุยกับคนอื่นเลย อโลนตลอดงาน) คือถึงจะคุ้นเคยกับการดูคอนเสิร์ตไอดอลขึ้นบ้าง แต่…. ก็ยังไม่ได้ซื้อแท่งไฟไว้ใช้งานครับ ซึ่งมี P ใจดีท่านหนึ่ง เห็นผมชูมือคอลอย่างเดียวอยู่ๆก็เดินเอาแท่งไฟสำรองที่มีมาให้ยืม(ทราบภายหลังว่า P ท่านนี้คือแอดมินเพจ The Idolmaster Ready ) ประทับใจมากๆ ทำให้ตัดสินใจที่จะพูดคุยกับ P ท่านอื่นทันที เสียดายตอนแรกชวนไปกินโดนัทแล้ว แต่ด้วยความที่ว่า P ท่านนี้เป็นสตาฟงาน เจอกันอีกที โดนัทก็หมดซะแล้ว จะพยายามหาโอกาสตอบแทนเรื่องแท่งไฟครับ 55 ส่วน P คนอื่นๆก็อย่างเช่นบอมซัง ที่ไม่ได้นัดแนะกันมาก่อนเลยว่าจะมางานนี้ แถมพึ่งเคยเจอกันจริงๆครั้งแรกด้วย เห็นหน้าคุ้นๆจากที่เคย Stalk มา และป้ายชื่อใช่ เลยเข้าไปทักและชวนมากินโดนัททันที ขอบคุณมากจริงๆครับที่ช่วยกันทำให้โดนัทมันหมดไปสักที จากนี้คงเกลียดโดนัทสักระยะ ฮา

สุดท้ายนี้ผมยังใหม่มากๆกับ iM@S แต่ก็จะพยายามศึกษามากขึ้นและเป็น P ที่ดีครับ หวังว่าจะอยู่ต่อไปอีกเรื่อยๆให้ผมได้ติดตามผลงานนะครับ มาช้ายังดีกว่าไม่มา ฮา

Posted in Japanese Media, Life | Tagged , , | 5 Comments

[Lyric]風を呼べ – Under Graph [TV Size]

เนื่องด้วยปลื้มเพลงนี้ที่เป็น ED ของอนิเมแข่งจักรยานเซอร์วิสสาววายอย่าง Yowamushi Pedal มากๆ และอยากจะร้องเพลงนี้มาก

แต่มันไม่มีคนแกะเนื้อเพลงออกมาเลย… เสิร์ชเท่าไหร่ก็ไม่เจอ

เลยไปแกะจากสแกนในแผ่นเพลงเอาเลยแล้วกัน…

แล้วไม่รู้มีอารมณ์บ้าอะไรขึ้นมา พรุ่งนี้สอบวิชา Net-Centric กับ Embedded System แต่ก็ยังบ้ามาแกะตอนนี้ ทั้งๆที่ยังไม่ได้อ่านหนังสือสักแอะเลย ฮา

เอาเป็นว่าลงก่อน แล้วค่อยไปอ่านแล้วกันเนอะ

ไม่กล้าแกะเต็มๆ ฟังท่อนแรปไม่ถูก

眠れないまま
nemurenai mama
夢を重ねて
yume o kasanete
心が躍る
kokoro ga odoru
日々を求め
hibi o motome
昇る太陽
Noboru taiyō
身体に浴びて
karada ni abite
遊べ楽しめ
asobe tanoshime
空を仰げ
sora o aoge
この広い道には
Kono hiroi michi ni wa
希望という泉が
kibō to iu izumi ga
空気を動かし
kūki o ugokashi
僕らを運ぶ
bokura o hakobu
風を味方に
Kaze o mikata ni
愛を貴方に
ai o anata ni
余す事なく捧げましょう
amasu koto naku sasagemashou
誰にも負けぬ
darenimo makenu
強い力を
tsuyoi chikara o
僕らは今も
bokura wa ima mo
信じましょう
shinjimashou
高鳴る鼓動
Takanaru kodō
明日を揺らしていけ
asu o yurashite ike

Posted in Japanese Media | Tagged , , | Leave a comment

さよならのかわりに

ที่อีกฝั่งของเมฆที่ลอยอยู่
ว่ากันว่าที่นั่นมีสะพานสายรุ้งอยู่
นั่นคือที่ๆเธออยู่ตอนนี้หรือเปล่านะ?
ฉันว่าเธอคงกำลังพึมพำเบาๆเหมือนทุกครั้งเวลาที่เธอหลับ

ในห้องแห่งนี้ ที่ไม่มีใครอื่น
ฉันกำลังมองไปที่รูปเก่าๆ
กอดเธอเอาไว้ แล้วหัวเราะ
นี่น่ะเหรอ ใบหน้าเมื่อครั้งยังเยาว์ของฉัน?

ที่อีกฝั่งของผ้าม่านที่กำลังปลิวไสว
มันรู้สึกได้ราวกับเธอยังอยู่ตรงนั้น
แต่ที่จริงมันเป็นแค่เพียงลมที่พัดผ่านเข้ามาเท่านั้น
แล้วน้ำตาของฉันก็ไหลออกมาอีกครั้ง

“อยากเจอเธอเหลือเกิน” ฉันภาวนาซ้ำไปซ้ำมา
แต่ฉันก็ยังไม่สามารถที่จะสัมผัสถึงเธอ
ทุกๆวันที่ฉันเคยใช้มันร่วมกับเธอ
มันไม่ใช่แค่ภาพลวงตาใช่ไหม?

ถึงจะไม่สามารถมองเห็นเธอด้วยตาคู่นี้
ถึงเธอจะไม่ได้อยู่ข้างๆฉันอีกแล้ว
ฉันก็ยังรู้สึกได้ถึงเธอ
ฉันคงจะนึกถึงมันทันที และน้ำตาก็คงจะหลั่งรินออกมา
แต่ถึงอย่างนั้น ทุกวันก็ยังคงดำเนินผ่านไป

สิ่งที่เธอให้ฉันมา
เต็มไปด้วยความทรงจำมากมาย
เติมเต็มช่องว่างในหัวใจฉัน
เพราะฉะนั้น ฉันจะเข้มแข็ง
จนกว่าจะถึงวันที่เราได้พบกันอีก
ฉันจะพยายามให้ถึงที่สุด

ถ้าเพียงฉันสามารถมองไปที่หัวใจของเธอ
ถ้าเพียงฉันสามารถที่จะเข้าใจสิ่งที่เธอพูดออกมา
ถ้าแบบนั้นเธอจะมีความสุขหรือเปล่านะ?
แค่นั้นก็ทำให้ฉันรู้สึกกังวลแล้ว

ในค่ำคืนที่ฉันแทบจะแตกสลายเพราะความเศร้าโศก
ในตอนเช้าที่ฉันรู้สึกแย่จากการทะเลาะเบาะแว้ง
เธอเคยอยู่ตรงนี้เพื่อฉัน
เพราะงั้น ฉันจะลุกขึ้นมาและก้าวผ่านมันไป

ถึงจะไม่สามารถมองเห็นเธอด้วยตาคู่นี้
ถึงเธอจะไม่ได้อยู่ข้างๆฉันอีกแล้ว
ฉันก็ยังรู้สึกได้ถึงเธอ
ฉันคงจะนึกถึงมันทันที และน้ำตาก็คงจะหลั่งรินออกมา
แต่ถึงอย่างนั้น ทุกวันก็ยังคงดำเนินผ่านไป

สิ่งที่เธอให้ฉันมา
เต็มไปด้วยความทรงจำมากมาย
เติมเต็มช่องว่างในหัวใจฉัน
เพราะฉะนั้น ฉันจะเข้มแข็ง
จนกว่าจะถึงวันที่เราได้พบกันอีก
ฉันจะพยายามให้ถึงที่สุด

ฝนหลงฤดู
โปรยปรายลงมาที่ถนนที่ไม่มีเธออยู่อีกแล้ว
เมื่อมันหยุดลง มันคงพัดพาความเศร้าโศกออกไป
วันดีๆที่เคยมี นำมันกลับมาใกล้ๆเถอะนะ

ที่ปลายสายรุ้งนั้น
เธอกำลังมองมาที่ฉัน
คงกำลังทำหน้ากังวลอยู่ล่ะสิ
ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ฉันจะเข้มแข็งขึ้นเอง
แต่ว่านะ นานๆทีก็มาให้ฉันเห็นในฝันได้ไหม?

ทุกช่วงเวลาที่แสนสดใส
ที่ฉันได้อยู่ร่วมกับเธอ
จะส่องประกายไปในอนาคตข้างหน้าเสมอ
เพราะงั้นฉันจะเข้มแข็งขึ้นอย่างแน่นอน
จนกว่าวันที่จะได้พบเธออีกครั้ง
ฉันจะพยายามให้ถึงที่สุด

ขอบคุณนะ ฉันรักเธอ
ขอบคุณจริงๆ

Posted in Japanese Media, Life | Leave a comment

[Spoil]Teen Titans #16 – Death of the Family’s tie-in

Continue reading

Posted in Book, Comics | 4 Comments

[Spoil] Red Hood and the Outlaws #16 – Death of the Family’s tie-in

“ชั้นชื่อรอย ฮาร์เปอร์”
“หรือ Arsenal ตอนที่สวมหน้ากาก”
“ชั้นกับ Starfire มาที่ Gotham เพื่อตามหาเพื่อนของเรา, เจสัน ท็อดด์”
“ชั้นบอกพวกนายได้เต็มปากว่า นอกจากสิ่งสุดท้ายที่ผมอยากเจอแล้ว”
“คือกองทัพย่อมๆของโฮมเลสที่ควบคุมตัวเองไม่ได้เพราะกลายเป็นหุ่นเชิดของ Joker!”
“แต่ เฮ้ ที่นี่ Gotham ใช่มั้ยล่ะ?”
“คนที่เข้ามาก็โยนความหวังทิ้งไปเถอะ”

ต่อจากความเดิมตอนที่แล้วใน Teen Titans #15 เมื่อรอยและโคริโผล่มาช่วยเหล่า Titans ที่กำลังตกที่นั่งลำบาก!

Continue reading

Posted in Book, Comics | 2 Comments

เป็นโจ๊กที่ฮาเกินไปแล้ว ไม่ไหว

--Baka Toon-- (บ้ากา..ตูน)

เมื่อแสดงให้หัวหน้าดูว่าแก้บัคแล้ว

เมื่อ Project Manager เดินเข้าที่ทำงาน

เมื่อ Deploy โปรแกรม

เมื่อแก้บัคตอนตี3

เมื่อ Reg Ex return เป๊ะอย่างที่หวัง

เมื่อเพื่อน ขอให้ช่วยแก้เว็ปไซต์ Joomlaของมัน

เมื่อมีคนบอกว่า งานที่ทำไปทั้งอาทิตย์ ไม่ได้ใช้จริงนะ

เมื่อโค้ดที่ลืมTest ผ่านฉลิว

เมื่อเซลล์เดินมาบอกว่า ขายออกแล้ว

เมื่อทดลองใช้ CSS ใหม่

เมื่อในที่สุดSystem Admin ก็ยอมปิดบล็อคไม่ให้เข้าSocial Web ได้

เมื่อลองรัน Script ครั้งแรกหลังจากนั่งทำมาเป็นวัน

เมื่อตรูไปเที่ยวร่อนช่วงวันสุดสัปดาห์ในขณะที่ทุกๆคนนั่งแก้บัคอยู่

เมื่อโปรแกรมเข้าสู่ช่วง Beta และคุณลูกค้ารายงานErrorตัวแรกมา

เมื่อหัวหน้ากำลังมองหาคนมาแก้โครตโปรแกรม

เมื่อเด็กใหม่แนะนำให้เพิ่ม Featureใหม่ใส่ระบบ

เมื่อหัวหน้าประกาศว่ามีโบนัสถ้าทำเสร็จก่อน Deadline

เพื่อค้นพบว่านั่งแก้งาน 2 ชั่วโมงเพราะลืม ;

เมื่อหาเพื่อนช่วยตอนบ่ายวันศุกร์

เมื่อ Project Manager เดินผ่านแล้วเหลือบไปเห็นบนหน้าจอ

เมื่อของที่ใช้ได้วันศุกร์ ดันใช้ไม่ได้ตอนวันจันทร์

เมื่อคุณลูกค้าลองกดเล่นในโปรแกรมตัวอย่าง

เมื่อ บัคที่เรารู้ยังไม่ขึ้นตอน Present

เมื่อคุณลูกค้าอยากที่จะเปลี่ยน Spec 2วันก่อนใช้จริง

เมื่อที่โค้ดไปใช้ได้

เมื่อต้องมานั่งแก้โค้ดงานตัวเองที่ไม่ได้ใส่ commentไว้

เมื่อถูกสั่งให้แก้โค้ดของเด็กฝึกงาน

*แก้คำแปลใหม่  ขอบคุณ คุณilumin(t) ครับ*

เมื่อตอนพูดว่า  โปรนแกรมผมพังเองคร้าบ

เมื่อหา Solution ได้โดยไม่ต้องพึ่งGoogle

เมื่อน้องที่ฝึกงานบอกว่า “Testอะ มีไว้เฉพาะ ผู้ที่ไม่เป็นเท่านั้นแหละ”

เมื่อสามารถแก้โค้ด 200 บรรทักให้อยู่ใน 10บรรทัดได้

เมื่อเปิดดูโค้ดตัวเองตอนเช้าวันจันทร์

 

เมื่อลองแก้ปัญหาเองเมื่อไม่มี Internet

เมื่อการพรีเซนต์ระบบดูWork

เมื่อนั่งอยู่ในห้องนำเสนอ โดยมีฝ่ายขายกำลังโม้ความสามารถโปรแกรม

image

เมื่อเจอฝ่ายขายกำลังยืนคุยกับคุณลูกค้าที่หน้าห้องกาแฟ

The pictures are originally from blogs http://thecodinglove.com (English)

View original post

Posted in Uncategorized | Leave a comment