วาดรูป

Red Hood ฝีมือระดับ 3 เด็กน้อย

วันนี้ผมทำสิ่งที่ไม่เป็นตัวเองในยามปกติ… ผมวาดรูปลงกระดาษเลคเชอร์ในเวลาเรียน

สมัยเด็ก (อนุบาล) ผมเคยคิดว่าตัวเองเจ๋งมากในด้านศิลปะ แค่เพราะสามารถระบายสีในสมุดภาพระบายสีการ์ตูนได้ตรงกรอบ

พอขึ้นชั้นประถม ผมก็สามารถวาดตามแบบลายเส้นการ์ตูนในนิตยสารได้เนียนมาก (ไม่ใช้การทาบ ใช้การวางตรงหน้า หรือข้างๆ ดูไปแล้ววาดตามไป)
ช่วงป.2-ป.3 ผมทรนงตัวว่าเจ๋งมาก (แค่เพราะลงสีไม้ได้ตรงกรอบและวาดลอกแบบได้)
แต่แปลกดี ที่ทุกวันนี้ ผมเรียกตัวเองว่าคนที่มีฝีมือการวาดระดับเด็กอนุบาล

เพราะอะไร?

มัธยม 1 การเรียนวิชาศิลปะ เริ่มเป็นเรื่องจริงจัง และไม่ใช่แค่คาบฆ่าเวลา ผมไม่สามารถวาดภาพอิสระให้เป็นภาพที่ดีพอได้ ภาพที่ออกมาจากความคิดมันไม่ต่างอะไรจากฝีมือเด็กอนุบาล

แต่การวาดภาพตามแบบอย่างพวกรูปทรง 3 มิติ หรือตะกร้าผลไม้ที่ใครๆก็เรียนมาเป็นพื้นฐาน ผมยังทำได้ในระดับ “คนธรรมดา” อยู่

ผมถึงเริ่มเข้าใจว่าการวาดภาพจริงๆเป็นยังไง

ทุกอย่างเลวร้ายถึงขีดสุดเมื่อตอน ม.5 ผมถูกอาจารย์ศิลปะฉีกงานวาดการ์ตูนประกอบสุภาษิตที่ผมส่งไปทิ้ง แล้วโยนลงถังขยะ ผมกลายเป็นคนที่ไม่กล้าจะวาด แม้จะเป็นการวาดเล่นๆแก้เซงก็ตาม

ลามไปกระทั่งการวาด Mind Map บรรยายความคิดเชียวล่ะ

แม้ทุกวันนี้ ในการเรียนวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ผมยังรังเกียจการวาดไดอะแกรมการทำงานต่างๆของโปรแกรมหรือระบบเลยล่ะ

(นี่ไม่ต้องพูดถึงการวาดภาพในแลปวิชาฟิสิกส์เชียว)

ผมพอจะเข้าใจและอธิบายตัวเองได้อย่างนึงว่าสิ่งที่ผมถนัด คือการลอกแบบ

แม้กระทั่งกับการเรียน

การทำโจทย์ หรือพิสูจน์สมการทางคณิตศาสตร์ คนปกติฝึกฝนได้ด้วยการทำโจทย์เยอะๆ แต่ผมกลับแปลกออกไป วิธีฝึกฝนของผมคือการ”อ่าน” โจทย์ทุกรูปแบบที่เป็นไปได้ ถ้าเป็นโจทย์ที่มีลักษณะเดียวกับที่ผมเคยเห็น ผมสามารถทำได้ทันที น่าจะเป็นข้อเสีย เสียด้วยซ้ำ เพราะนั่นหมายความว่าผมไม่สามารถเรียนรู้อะไรใหม่ๆได้เองเลย
หรือกับการโปรแกรมมิ่ง

ผมถนัดที่จะดู Source Code ของเพื่อน แล้วเขียนของตัวเองออกมา โดยที่อาจารย์ไม่สามารถรู้ได้ว่าผมใช้วิธีดู

เพราะมันต่างตั้งแต่อัลกอริทึ่มแล้ว…

(อันนี้ผมถามอาจารย์เค้าจริงๆในวันพบอาจารย์ประจำปี อาจารย์บอกว่าไม่รู้ และไม่เหมือนของใครในชั้นเลย… จริงๆในชั้นมันมีต้นฉบับไม่กี่อันด้วยแหละ)

ผมอิจฉาคนอื่นเสมอนะ เพราะ Internet ทำให้การแสดงออกทางศิลปะเป็นเรื่องง่ายมาก

ทั้งการร้องเพลง เล่นดนตรี หรือวาดรูปก็ตาม

ผมร้องเพลงได้ห่วยมาก เรียกได้ว่าเพี๊ยนเลยล่ะ ทำเสียงสูงผมยังทำไม่เป็นเลย

วาดภาพ ก็อย่างที่รู้กัน

ศิลปะไม่กี่แขนงที่ผมพอจะทำได้ (ในระดับคนธรรมดา) คือดนตรี… ซึ่งก็มีเครื่องดนตรีไม่กี่ชั้นอีกแหละ

ตอนมัธยม 4 ชั้นเรียนดนตรีของโรงเรียนผมคือขลุ่ย แค่ไล่โน๊ตผมยังเพี๊ยนเลยคิดดู
เพราะลักษณะนิ้วมือของผมที่ค่อนข้างเรียวเล็ก (กว่าผู้หญิงด้วยซ้ำ) ผมไม่สามารถเอานิ้วอุดรูของขลุ่ยให้แน่นพอที่จะไม่มีอากาศออกมา แล้วเสียงไม่เพี๊ยนได้

ผมเลยกลัวเครื่องดนตรีอย่างกีต้าร์พ่วงไปโดยปริยาย ทั้งๆที่ไม่เคยหัด

สิ่งที่ผมพอจะเล่นได้ก็มีแค่เครื่องดนตรีชนิดลิ่มอย่างเปียโน หรือ Synthesizer

แต่แน่ล่ะ มันไม่ใช่ของที่นึกจะเล่นก็เล่นได้หรือเล่นฆ่าเวลาได้เมื่อไหร่ก็ได้

แถมทุกวันนี้การเรียนมันก็วุ่นวายจนผมไม่มีเวลาให้มันแล้ว… เวลาร้อนเงินเผลอคิดเอา Roland Juno Di ที่อุตส่าห์ทำงานพิเศษเก็บเงินซื้อมาไปขายเชียว

แต่ก็นะ สุดท้ายผมก็ขายมันไม่ลงจริงๆสักที ได้แต่หวังว่าสักวันผมจะมีเวลาให้กับมันสักนิดก็ยังดี

About strnoir

Ordinary computer scientist who loved comic, games, Japanese Culture ...etc
This entry was posted in Life, Study. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s